counter 115,221

Profile

Fylia
บางทีกาลเวลาก็เปลี่ยนทุกอย่างได้ .. แต่บางทีกาลเวลาก็ไม่เปลี่ยนคนเรา

Calendar

O
S M T W T F S
     
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
25262728293031

more+

Dreams .. in my hands

ฉันมีความฝัน...

ความฝันของฉัน

 

ตั้งแต่เกิดมาก็อยู่ท่ามกลางเสียงเพลง ที่คนหลากวัยในบ้านชอบฟัง

พ่อแม่ที่ชอบฟัง หยาด นภาลัย และเพลงลูกกรุงของนักร้องหลายคน

พี่ชายที่ชอบฟังเพลงป๊อบวัยรุ่น ในยุคนั้น

พี่สาวที่ชอบฟังไมเคิล แจ๊กสัน

ตัวฉันเองอยู่ท่ามกลางเสียงเพลง มันทำให้ฉันชอบเสียงเพลงเหมือนกัน

 

ชอบร้องเพลงมากมาตั้งแต่เด็กๆ เอาโรงจอดรถแถวบ้านเป็นเวทีประจำ คอยจัดการแสดง

ร้องเพลง บางครั้งก็มีอุปกรณ์ประกอบการแสดง ตามแต่ที่จะหาได้ตอนนั้น

เหล่าผู้ชม ก็คือสายลม แสงแดด

 

ขอแค่ให้ได้ร้องเพลง ฉันก็มีความสุขแล้ว ... และเมื่อมีคนถามว่า..

"โตขึ้นอยากเป็นอะไรจ๊ะ?"

"นักร้องค่ะ" มันจะเป็นคำตอบที่ฉันตอบด้วยเสียงดังฟังชัดเสมอ

 

พอขึ้นม.ต้น ก็อยากจะไปประกวด LG Stars Challenge

แต่ก็คิดว่าตัวเองไม่พร้อมทุกทีที่ถึงเวลาสมัคร ก็เลยไม่เคยลอง

ตอนใกล้ขึ้นม.ปลาย มีการประกวดร้องเพลงในโรงเรียน

นั่นเป็นครั้งแรก ที่ฉันร้องเพลงต่อหน้าผู้คนนับร้อย

ตื่นเต้น จนลมจุกคอ กลายเป็นสะอึกต่อหน้าเพื่อนๆร่วมชั้นตั้งหลายครั้ง จนโดนหัวเราะ

แม้จะอาย แต่ฉันก็รู้สึกมีความสุขมากเลยจริงๆ

 

พอขึ้นม.ปลาย ก็เป็นคนนำร้องเพลงชาติประจำวันพุธ

เป็นคนที่ร้องเพลงชาติได้ห่วยที่สุดในความคิดฉันเลยล่ะ .. แต่ก็ดีใจอยู่ดี

แล้ววันหนึ่ง อาจารย์ก็มาชวนให้ไปประกวดร้องเพลงวันแม่ออกรายการวิทยุชุมชน

นั่นเป็นครั้งแรกที่ร้องเพลงให้คนที่เราไม่รู้จักอีกไม่รู้กี่คนได้ฟัง

ถึงจะไม่ชนะ แต่ฉันภูมิใจมากเลยจริงๆ

หลังจากนั้นไม่นาน ฉันก็ประกวดร้องเพลงของโรงเรียนในระดับม.ปลาย

ฉันเลือกเพลงด้วยตัวเอง ซ้อมมันทุกวัน วันละหลายรอบ

ตอนขึ้นประกวด ฉันตื่นเต้นไม่ต่างจากตอนม.ต้น

ทำท่าชี้ไปนู่นมานี มือยังสั่น ใจนี่สั่นแทบจะออกมาเต้นข้างนอก

ลงมาจากเวที ขายังจะหมดแรงเลย

แต่แล้วฉันก็ชนะมา แม้มันจะเป็นการประกวดเล็กๆ แต่ฉันดีใจมากจริงๆนะ...

 

ในช่วงระหว่างเข้ามหาลัยนั้น

ฉันเริ่มสนใจเพลงเกาหลีจริงจังมากขึ้น บวกกับความฝันอยากเป็นนักร้องของฉัน

มีการออดิชั่นของบริษัทเพลงจากเกาหลี เกิดขึ้นที่ประเทศไทย

ฉันไปสมัครออดิชั่นด้วย

แน่นอน มันคือการออดิชั่นครั้งแรกในชีวิต

ฉันแค่ร้องเพลงที่ตัวเองคิดว่าตัวเองทำได้ดีที่สุดในตอนนั้น

ถึงตอนเค้าให้เต้น ฉันก็เต้นแบบคนที่เต้นไม่เป็น ไม่เคยเรียนการเต้นหรือชอบการเต้นมาก่อน

แน่นอน ฉันไม่ผ่านการออดิชั่น

มันไม่ทำให้ฉันเศร้าหรือเสียใจ

 

เพียงแต่ฉันที่ไม่มั่นใจในตัวเองนั้น

ทำให้การออดิชั่นเดียวกันนี้ในอีกทั้งสองครั้งต่อมา

ฉันไม่เข้าร่วม

ทั้งๆที่ฉันอยากสมัคร แต่ฉันกลับไม่สมัคร

 

แต่พอเริ่มเข้ามหาวิทยาลัย...

ฉันสมัครชุมนุมร้องเพลงของมหาลัย ซึ่งถือเป็นชุมนุมที่ดังมากชุมนุมนึงเลย

แต่ฉันกลับไม่ได้ไปฝึกร้องเพลงในช่วงฝึกหัดแรกๆ แล้วก็ไม่ได้เข้าค่ายเก็บตัวกับพี่ๆเพื่อนๆ

เพราะฉันไม่กล้าไปคนเดียว เพื่อนที่สมัครด้วยกันก็ไม่เจอกันเลยไม่ได้ไปด้วยกัน

เวลาล่วงเลยจนผ่านพ้นระยะฝึกร้องเพลง

ฉันกลับเข้าไป ฉันก็รู้สึกเหมือนโลกนี้ไม่ใช่โลกของฉัน

ฉันไม่รู้เรื่องอะไรเลย ไม่ชินกับอะไรหลายๆอย่าง

 

ฉันได้ร่วมโชว์กับชุมนุมประมาณสองสามครั้ง แต่ก็เป็นงานที่ไม่จริงจังอะไร

ฉันมีความสุขทีได้ร้องเพลง แต่ฉันรู้สึกเจ็บปวดอย่างบอกไม่ถูก

จนในที่สุด ฉันก็ตัดสินใจหายตัวไปอย่างเงียบๆจากชุมนุม

 

หลังจากนั้นมา นอกจากการร้องคาราโอเกะกับเพื่อนๆและครอบครัวแล้ว

ฉันก็ไม่ได้เข้าใกล้การร้องเพลงอื่นๆไปอีกประมาณสองปี

จนวันที่ฉันไปเจอเว็บไซต์ร้องคาราโอเกะเกาหลีเว็บนึง

ที่ทำให้ฉันเริ่มร้องเพลงจริงๆอีกครั้ง

ฉันอัพโหลดเพลงนึงที่อัดด้วยมือถือ เป็นเสียงร้องเปล่าๆลงไป

ฉันได้รับคอมเมนท์มามากมาย มันทำให้ฉันมีความสุขจริงๆ

และฉันก็เริ่มรู้จักกับคนในเว็บนั้นมากขึ้น มากขึ้น

จนตอนนี้ฉันลงเพลงในนั้นเป็นสิบๆเพลงแล้ว

และฉันก็ได้รู้จักพี่คนนึงจากเว็บนั้น

คนที่ชวนฉันให้ไปประกวดร้องเพลงที่มหาลัยแห่งหนึ่ง

แน่นอน ฉันไปประกวดฉันก็ต้องหวังที่จะชนะ หวังว่าเสียงของฉัน จะได้รับเสียงตอบรับที่ดี

นั่นเป็นครั้งแรก ที่ฉันร้องเพลงเกาหลี ให้คนเกาหลีเป็นสิบๆคนฟัง

และทุกคน ให้การตอบรับ ให้กำลังใจฉันเป็นอย่างดี

มันดูไม่น่าเชื่อสำหรับฉัน นักประกวดร้องเพลงฝึกหัด

มาประกวดงานนี้เป็นครั้งแรก แต่ก็ได้รางวัลกลับไป

การประกวดครั้งนั้นไม่ใช่การประกวดยิ่งใหญ่อะไรหรอก เป็นแค่งานเล็กๆ

เพียงแต่ ไม่ว่ายังไงฉันก็ดีใจมากจริงๆ

 

ฉันมีความสุขที่ได้ร้องเพลง ฉันยังคงมีความฝันเดิมนั้นอยู่ในใจเสมอ

แต่ทำไมกันนะ เวลาที่มีคนถามฉันว่าฉันอยากทำงานอะไร

ฉันกลับไม่กล้าที่จะตอบมัน

มันอาจจะเพราะฉันรู้สึกว่ามันคือความฝันจริงๆก็ได้ ฝันที่มันไม่อาจเป็นจริง

 

ทุกวันนี้ ฉันยังคงร้องเพลงอย่างมีความสุข อัดเสียงใส่ดนตรี แล้วอัพโหลดลงเว็บไซต์อยู่เรื่อยๆ

ฉันมีความสุขที่ได้ร้องเพลง

ฉันก็ยังโหยหาความฝันของฉันอยู่

แต่ฉันช่างขี้ขลาดเสียเหลือเกิน

 

ตอนนี้ ฉันเข้าออดิชั่นโปรเจคการโคฟเวอร์เพลงของนักร้องกลุ่มหนึ่ง

เป็นการร้องเพลงในอัลบัมของนักร้องกลุ่มนี้ ทุกเพลง

แต่ไม่ใช่ทำให้เหมือน แต่เป็นการร้องเพลงของพวกเค้าทุกเพลง ให้ออกมาดีที่สุดเท่าที่สมาชิกในกลุ่มเราทำได้

โปรเจคนี้เริ่มด้วยชางต่างชาติ เป็นการทำงานร่วมกันผ่านระบบออนไลน์

ฉันไม่มั่นใจว่าคนในกลุ่มทั้งหมดนี้ มีชาวประเทศอะไรบ้าง

และฉันผ่านการออดิชั่นนี้ ฉันต้องร้องในส่วนของคนๆนึ่งในวงต้นแบบ ทุกเพลง

ขอสารภาพว่า ส่วนที่ฉันได้ร้อง ไม่ใช่ส่วนที่ฉันต้องการ แต่ก็ไม่ใช่เกลียด

เพียงแต่ฉันตื่นเต้นและอยากเป็นหนึ่งในกลุ่มที่จะทำโปรเจคนี้

ซึ่งจะเป็นเหมือนการเปิดตัวกลุ่มที่โคฟเวอร์ทางเสียงเป็นกลุ่มแรกๆ

ให้คนที่ใช้ระบบออนไลน์ที่สนใจโปเจคนี้ไม่รู้กี่คนได้รู้จักเรา

ฟังเสียงของเราซึ่งเป็นส่วนหนึ่งในเพลงของศิลปินที่พวกเค้ารัก

 

ใช่ ฉันมีความสุข แต่ฉันกดดัน...

มันไม่ง่ายเลยจริงๆ แม้จะเป็นเพียงโปรเจคที่ไมได้ทำการค้า แต่ยังไงการทำงานให้ออกมาดีก็ยังเป็นที่ยึดถือของทุกคน

ฉันเคยมั่นใจว่าตัวเองจะทำได้ดี แต่ตอนนี้ฉันกดดันมาก

มันใกล้เวลาเปิดตัวของเราแล้ว

อีกไม่กี่วันเท่านั้น แต่ฉันยังทำส่วนของตัวเองได้ไม่ดีนัก

 

และมันเป็นเพราะฉันต้องทำงานกับชาวต่างชาติ ที่เราไม่เคยรู้จักกันมาก่อน

ต้องคุยกันด้วยภาษาอังกฤษ ที่ฉันก็ไมได้ถนัดอะไร

ฉันกลัวว่าจะทำได้ไม่ดี จนทำให้คนที่รับฉันเข้ากลุ่มต้องระอาใจ

และอีกอย่าง

เพราะฉันเข้ามาแทนคนเดิมที่ออกไปก่อนจะเปิดตัว

ฉันก็เลยรู้สึกว่าตัวเองควรอยู่ทำเรื่องนี้ให้นานที่สุด

แต่ฉันตอนนี้ เหลือเวลาก่อนที่จะต้องโตเป็นผู้ใหญ่จริงๆ อีกไม่กี่เดือนเท่านั้น

ฉันยังคิดไม่ออกเลยว่า พอถึงเวลานั้นจริงๆ ฉันจะทำยังไงต่อไป

 

ใจฉันบอกว่า ในเมื่อฉันตัดสินใจทำมัน ฉันก็ควรทำให้ดีที่สุด

แต่ฉันตอนนี้มันสับสนและกดดันจริงๆ

ฉันอยากทำให้ดี ทำให้มันสนุก เหมือนที่ฉันรักการร้องเพลงมาก

แต่ฉันก็คิดอยู่เสมอว่าการกระทำของตัวเองมันเป็นการกระทำเด็กๆ

เห็นแก่ตัว ไร้สาระ ไม่มีประโยชน์

 

มันทำให้ฉันไม่สามารถให้กำลังใจตัวเองได้เลยจริงๆ

 

แน่นอนว่าถ้าโปรเจคที่ทำนี้ พวกเราทุกคนรวมทั้งฉันทำออกมาดี ได้รับผลตอบรับที่ดี

ฉันก็คงรู้สึกดีและทำต่อไปได้เรื่อยๆ

แต่ถ้าถึงเวลานั้นจริงๆ ฉันจะยังทำได้ดีหรือเปล่า... 

 

ฉันยังคิดอีกว่า นี่เป็นการโปรเจคเล็กๆ ที่จะเปิดตัวในฐานะนักร้องที่ร้องเพลงของศิลปิน และเป็นเพียงแค่การทำให้กลุ่มคนฟังกลุ่มเล็กๆ

แต่เมื่อเจออุปสรรคแรก ฉันก็ยังกดดันและท้อแท้ซะแล้ว

ฉันเลยรู้สึกว่าตัวเอง ไม่เหมาะที่จะทำความฝันให้มันเป็นจริงเลย

 

ฉันตอนนี้ ท้อแท้จริงๆ ... ใช้ชีวิตอย่างไร้ค่าจริงๆ

 

เคยมีคนบอกว่าฉันไม่ทิ้งฝัน

ฉันไม่ทิ้งฝัน .. แต่ฉันก็ไม่เคยทำฝันให้เป็นจริงเลย

 

"ขี้ขลาด" 

#1ตอนเด็กๆ เหมือนฟีล่ะ ที่บ้านชอบฟังเพลง
ทำให้ชอบร้องเพลง แต่เสียงก็ไม่ได้เด่นอะไร
ชอบร้องเพลง และไม่สนใจใครที่ฟัง
จะทำหน้าแหยงหรือขำอะไรก็ทำไป สนุกที่ได้ร้อง
แต่ถ้าต้องร้องเพราะต้องร้อง หรือต้องร้องเพราะ
มันเป็นหน้าที่ ก็อาจจะกดดันได้เหมือนกัน

แต่ไม่ว่าเราจะทำอะไร จะเป็นสิ่งที่รักหรือชอบไหม
มันต้องผ่านความกดดันทั้งนั้น อย่าคิดว่าขี้ขลาดเลย
ทำได้ไม่ได้ แต่อย่างน้อยก็มีโอกาสได้ลองทำแล้ว
เมื่ีอผ่านไปได้มันก็จะโล่งไปเองล่ะ คิดซะว่า
เราทำเต็มที่แล้ว ถ้ามันแป้กก็พยายามอีกครั้ง
อีกครั้ง ๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ ให้รู้ไปว่าเราจะพยายามได้อีกเท่าไหร่

กลัวได้นะ ... แต่อย่าวิ่งหนีก็พอ
(แต่ถ้าเป็นกระจั๊วนี่ไม่ไหวจริงๆ ขอวิ่งก่อน)
พี่คงไม่ขอพูดคำว่าพี่เชื่อในตัวฟี เพราะพี่ได้แต่คุยผ่านทางนี้
ไม่รู้ว่าจริงๆ เราเป็นแบบไหน แต่พี่เชื่อว่า
ความพยายามและความมุ่งมั่นของคน ทำให้เราผ่านทุกสิ่งได้
และพี่ก็อยากให้ฟีทำได้เช่นกัน

สู้ๆ นะคับ ^^~
Nutt-naliN on 2009-10-27 10:16:10

งดรับ comment คนที่ไม่ได้เป็นสมาชิกชั่วคราว เพื่อตรวจสอบปัญหา Spam ครับ
ขออภัยในความไม่สะดวกด้วย

Firefox 2
แก้ปัญหาเม้นไอคอนไม่ติด ด้วย Firefox

cipher_fylia